New Center

Posted: พฤศจิกายน 25, 2012 in Uncategorized

นักธุรกิจอังกฤษกว่า200รายแห่รับฟังวิสัยทัศน์”ปู”

Source – ASTV ผู้จัดการออนไลน์ (Th)

Monday, November 12, 2012  13:45

1691 XTHAI XECON XCORP V%WIREL P%ASMO

          กรุงเทพฯ–12 พ.ย.–ASTVผู้จัดการออนไลน์

          บีโอไอร่วมทัพคณะนายกฯ โรดโชว์การลงทุนไทย นักธุรกิจอังกฤษกว่า 200 รายแห่ร่วมงานหวังรับฟังวิสัยทัศน์เศรษฐกิจและนโยบายการลงทุนจากนายกฯ 13 พ.ย.นี้

          นายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า วัน ที่ 13 พฤศจิกายนนี้ บีโอไอจะจัดงานขยายโอกาสด้านการลงทุนระหว่างไทย-สหราชอาณาจักร ณ กรุงลอนดอน โดยขณะนี้ได้รับความสนใจจากนักธุรกิจนักลงทุนสหราชอาณาจักรตอบรับเข้าร่วมงานกว่า 200 ราย ทั้งนี้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะเข้าร่วมงานและกล่าวสุนทรพจน์ เพื่อชี้แจงภาวะเศรษฐกิจไทย และสร้างความมั่นใจต่อนโยบายส่งเสริมการลงทุน โอกาสในการลงทุน และการสร้างความร่วมมือทางธุรกิจและการลงทุนระหว่าง 2 ประเทศ

          “ไทยจะเป็นศูนย์กลางสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนจึงเป็นนโยบายที่จะดึงการลงทุนได้อย่างดี สำหรับคณะนักธุรกิจของไทย ซึ่งเป็นผู้นำภาคเอกชนจำนวนประมาณ 50 รายที่ร่วมเดินทางไปด้วยนั้น ก็จะมีโอกาสพบปะหารือกับนักธุรกิจของสหราชอาณาจักร เพื่อเสริมสร้างโอกาสและความสัมพันธ์ทางธุรกิจด้วย โดยนักธุรกิจไทยที่เดินทางไปด้วยมาจากกลุ่ม อาหาร เกษตร พลังงาน ท่องเที่ยว สุขภาพ สิ่งทอ ชิ้นส่วนยานยนต์ อัญมณีและเครื่องประดับ และการเงิน”

          นอกจากนี้ บีโอไอจะนำคณะของนายประเสริฐ บุญชัยสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมคนใหม่ พร้อมด้วยคณะนักธุรกิจนักลงทุนจากประเทศไทย เดินทางไปพบปะหารือและเยี่ยมชมกิจการของบริษัท ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซต์เคิลส์ ผู้ผลิตรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ หรือบิ๊กไบค์ ซึ่งตั้งฐานการผลิตอยู่ในประเทศไทยแล้ว เพื่อหารือถึงการขยายโอกาสด้านการลงทุนในไทยในอนาคต

          ปัจจุบัน บริษัทไทรอัมพ์ ได้ตั้งโรงงานผลิตรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ในประเทศไทย 2 โครงการ ที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร ชลบุรี และเร็วๆ นี้ บริษัทฯ มีแผนที่จะขยายการลงทุนในประเทศไทยอีกด้วย ลงทุนไทย-สหราชอาณาจักร นักธุรกิจชั้นนำกว่า 200 ราย ตอบรับเข้าร่วมฟังปาฐกถาพิเศษของนายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมคนใหม่นำคณะนักธุรกิจไทย พบปะหารือกับ–จบ—

 

              จากข่าวดังกล่าวที่มีการกล่าวถึงการจัดงานขยายโอกาสด้านการลงทุนระหว่างไทย-สหราชอาณาจักร  ที่กรุงลอนดอนซึ่งสนใจจากนักธุรกิจนักลงทุนสหราชอาณาจักรตอบรับเข้าร่วมงานกว่า 200 ราย  ซึ่งในงานนายกยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะเข้าร่วมงานและกล่าวสุนทรพจน์ เพื่อชี้แจงภาวะเศรษฐกิจไทย  และเป็นโอกาสอันดีที่จะช่วยให้นักธุรกิจเกิดความเชื่อมั่น  และหันมาลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น  จากข่าวดังกล่าวก็สามารถเชื่อมโยงกับข่าวเศรษฐกิจ  เนื่องจากเมื่อประเทศไทยสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้น  นักธุรกิจก็จะกล้าเข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากขึ้นด้วย

 

รายงานภาวะเศรษฐกิจรายสัปดาห์ระหว่างวันที่ 5 – 9 พฤศจิกายน 2555

Source – Ministry of Finance (Th/Eng)

Monday, November 12, 2012  13:39

45048 XTHAI XECON XCOMMER XFINSV V%GOVL P%MOF

Executive Summary

Indicators this week

          – ปริมาณการจำหน่ายรถจักรยานยนต์ในเดือน ต.ค. 55 ขยายตัวร้อยละ 24.0 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

          – อัตราการว่างงานเดือน ก.ย.55 อยู่ที่ร้อยละ 0.6 ของกำลังแรงงานรวม

          – หนี้สาธารณะคงค้าง ณ สิ้นเดือน ก.ย. 55 มีจำนวนทั้งสิ้น 4,937.2 พันล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 43.9 ของ GDP

          – GDP อินโดนีเซีย ในไตรมาส 3 ปี 55 ขยายตัวร้อยละ 6.2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน หรือขยายตัวร้อยละ 1.3

            เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน (ขจัดผลทางฤดูกาลแล้ว)

          – อัตราการว่างงานสหรัฐฯ ต.ค. 55 ยังคงอยู่ในระดับสูงที่ร้อยละ 7.9 ของกำลังแรงงานรวม

          – ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการจีน (HSBC’s Serv. PMI) เดือน ต.ค. 55 ลดลงจากเดือนก่อนมาอยู่ที่ระดับ 53.5

          – ยอดค้าปลีกสหภาพยุโรป เดือน ก.ย. 55 หดตัวร้อยละ -0.8 จากช่วงเดียวกันปีก่อน

          – วันที่ 6 พ.ย. 55 ธนาคารกลางออสเตรเลียประกาศคงPอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ร้อยละ 3.25

          – วันที่ 8 พ.ย. 55 ธนาคารกลางมาเลเซียประกาศคงอัตราonดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 3.00

          – วันที่ 9 พ.ย. 55 ธนาคารกลางเกาหลีใต้ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 2.75

Indicators next week

 Indicators                          Forecast             Previous

 Oct : API (%YoY)                       7.5                  8.9 

          ตามการขยายตัวของผลผลิตในหมวดพืชผลสำคัญ โดยเฉพาะข้าวนาปี ที่เริ่มเข้าสู่ฤดูกาลเก็บเกี่ยว ประกอบกับปัจจัยฐานต่ำจากปีที่แล้วที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วม สอดคล้องกับผลผลิตยางพาราและปาล์มน้ำมัน ที่คาดว่าผลผลิตจะขยายตัวอย่างต่อเนื่องจากเดือนก่อนเช่นกัน เนื่องจากพื้นที่เพาะปลูกและพื้นที่เก็บเกี่ยวที่เพิ่มขึ้นจากปี 54 

Economic Indicators: This Week

          – ปริมาณการจำหน่ายรถจักรยานยนต์ในเดือน ต.ค. 55 มีจำนวน  178,566 คัน หรือขยายตัวร้อยละ 24.0 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เร่งขึ้นจากเดือนก่อนที่หดตัวร้อยละ -1.3 และหากขจัดผลทางฤดูกาลแล้วพบว่าขยายตัวเล็กน้อยที่ร้อยละ 10.6 จากเดือนก่อนหน้า ตามการเพิ่มของยอดขายรถจักรยานยนต์ในส่วนของในกทม.และยอดขายรถจักรยานยนต์ภูมิภาค ที่ขยายตัวร้อยละ 70.2 และร้อยละ 15.5 จากเดือนก่อนที่ขยายตัวร้อยละ 0.9 และหดตัวร้อยละ -1.9 ตามลำดับ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยฐานต่ำจากเหตุการณ์น้ำท่วมในช่วงปลายปีที่แล้ว ประกอบกับรายได้ภาคครัวเรือนที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี โดยเฉพาะรายได้เกษตรกร ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคเหนือ เนื่องจากยังคงได้รับปัจจัยบวกจากนโยบายรับจำนำข้าวของรัฐบาล ทั้งนี้ ในช่วง 10 เดือนแรกปี 55 ปริมาณการจำหน่ายรถจักรยานยนต์ ขยายตัวที่ร้อยละ 2.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน

          – การจ้างงานเดือน ก.ย.55 อยู่ที่ 39.15 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า 2.87 แสนคน ขณะที่เมื่อปรับผลทางฤดูกาล พบว่าการจ้างงานเพิ่มขึ้น 1.87 แสนคนจากเดือนก่อนหน้า โดยมีสาเหตุมาจากการจ้างงานภาคเกษตรและภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น ขณะที่การจ้างงานภาคบริการมีการปรับตัวลดลงเมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้ อัตราการว่างงานเดือน ก.ย.55 อยู่ที่ร้อยละ 0.6 ของกำลังแรงงานรวมคิดเป็นผู้ว่างงาน 2.4 แสนคน

          – หนี้สาธารณะคงค้าง ณ สิ้นเดือน ก.ย. 55 มีจำนวนทั้งสิ้น 4,937.2 พันล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 43.9 ของ GDP ลดลงจากเดือนก่อนหน้าจำนวน 99.7 พันล้านบาทโดยการลดลงของหนี้สาธารณะที่สำคัญเป็นหนี้ของรัฐบาลและหนี้หน่วยงานอื่นของรัฐลดลงจำนวน 114.3 พันล้านบาท และ 0.8 พันล้านบาท ตามลำดับ ในขณะที่หนี้รัฐวิสาหกิจที่ไม่เป็นสถาบันการเงินและหนี้รัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงิน (รัฐบาลค้ำประกัน) เพิ่มขึ้นจำนวน 15.2 พันล้านบาท และ 0.2 พันล้านบาท ตามลำดับ ทั้งนี้ สถานะหนี้สาธารณะของไทยถือว่ามีความมั่นคง สะท้อนได้จากสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP ยังอยู่ในระดับต่ำกว่ากรอบความยั่งยืนทางการคลังที่ตั้งไว้ไม่เกินร้อยละ 60 ของ GDP และหนี้สาธารณะส่วนใหญ่เป็นหนี้ระยะยาว (ร้อยละ 94.4 ของยอดหนี้สาธารณะ) และเป็นสกุลเงินบาท (ร้อยละ 93.1 ของยอดหนี้สาธารณะ)

Economic Indicators:  Next Week

          – ดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตร ในเดือน ต.ค 55 คาดว่าจะขยายตัวที่ร้อยละ 7.5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนต่อเนื่องจากเดือนก่อนที่ขยายตัวร้อยละ 8.9 ตามการขยายตัวของผลผลิตในหมวดพืชผลสำคัญ โดยเฉพาะข้าวนาปี ที่เริ่มเข้าสู่ฤดูกาลเก็บเกี่ยว ประกอบกับปัจจัยฐานต่ำจากปีที่แล้วที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วม สอดคล้องกับผลผลิตยางพาราและปาล์มน้ำมัน ที่คาดว่าผลผลิตจะขยายตัวอย่างต่อเนื่องจากเดือนก่อนเช่นกัน เนื่องจากพื้นที่เพาะปลูกและพื้นที่เก็บเกี่ยวที่เพิ่มขึ้นจากปี 54  

Global Economic Indicators: This Week

US: mixed signal

          – การจ้างงานนอกภาคเกษตร เดือน ต.ต. 55 เพิ่มขึ้น 171,000 ตำแหน่งจากเดือนก่อนหน้า โดยเป็นการจ้างงานในภาคเอกชน โดยเฉพาะภาคบริการในหมวดธุรกิจ สาธารณสุข และค้าปลีก อย่างไรก็ตาม อัตราการว่างงานยังคงอยู่ในระดับสูงที่ร้อยละ 7.9 ของกำลังแรงงานรวม จากแรงงานที่กลับเข้าสู่ระบบมากขึ้น ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการสหรัฐฯ (ISM Non-Mfg PMI) เดือน ต.ค. 55 อยู่ที่ระดับ 54.2 จุด ลดลงเล็กน้อยจากระดับ 55.1 จุดในเดือน ก.ย. 55 ผลจากดัชนีกิจกรรมทางธุรกิจและดัชนียอดคำสั่งซื้อสินค้าใหม่ที่ลดลง อย่างไรก็ตาม ดัชนีฯ ยังคงอยู่สูงกว่าระดับ 50.0 จุด บ่งชี้การขยายตัวของภาคบริการสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง ดุลการค้าเดือน ก.ย. 55 ขาดดุลลดลงที่ -58.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

Eurozone: worsening economic trend

          – ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (Markit’s Comp. PMI) เดือน ต.ค. 55 ปรับลดลงสู่ระดับ 45.7 จุด จากดัชนีฯ ภาคบริการ (Markit’s Serv. PMI) เดือน ต.ค. 55 ที่ปรับลงมาอยู่ที่ระดับ 46.0 จุด ทั้งนี้ ดัชนีฯ อยู่ต่ำกว่าระดับ 50 จุดต่อเนื่องกันกว่า 1 ปี สะท้อนถึงการหดตัวของทั้งภาคการผลิตและภาคบริการ ยอดค้าปลีก เดือน ก.ย. 55 หดตัวร้อยละ -0.8 จากช่วงเดียวกันปีก่อน หรือหดตัวร้อยละ -0.2 จากเดือนก่อนหน้าผลจากการหดตัวของสินค้าหมวดเชื้อเพลิงเป็นสำคัญ เมื่อวันที่ 8 พ.ย. 55 ECB ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เดือน พ.ย. 55 ที่ร้อยละ 0.75 ต่อปี

China: worsening economic trend

          – ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการ (HSBC’s Serv. PMI) เดือน ต.ค. 55 ลดลงจากเดือนก่อนมาอยู่ที่ระดับ 53.5 จากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและการแข่งขันที่สูงขึ้นทำให้กำไรลดลง สอดคล้องกับอัตราเงินเฟ้อ เดือน ต.ค. 55 ปรับเพิ่มขึ้นในอัตราชะลอลงที่ร้อยละ 1.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน จากราคาสินค้าภาคบริการที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ราคาเนื้อหมูหดตัวร้อยละ -15.8 หดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 

Australia: mixed signal

          – วันที่ 6 พ.ย. 55 ธนาคารกลางออสเตรเลียประกาศคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ร้อยละ 3.25 ต่อปี จากแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ยังคงชะลอตัว ขณะที่แรงกดดันด้านเงินเฟ้อไม่สูงนัก มูลค่าการส่งออก เดือน ก.ย. 55 หดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ที่ร้อยละ -12.2 จากช่วงเดียวกันปีก่อน จากการชะลอลงของการส่งออกไปยังจีนเป็นสำคัญ ในขณะที่มูลค่าการนำเข้า เดือน ก.ย. 55 หดตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 31 เดือนที่ร้อยละ -1.9 จากช่วงเดียวกันปีก่อน ยอดค้าปลีก เดือน ก.ย. 55 ขยายตัวต่อเนื่องที่ร้อยละ 2.6 จากช่วงเดียวกันปีก่อน จากการเร่งขึ้นของยอดขายอาหารและเครื่องนุ่งห่ม สะท้อนอุปสงค์ในประเทศที่ยังคงแข็งแกร่ง อัตราการว่างงาน เดือน ต.ค. 55 ทรงตัวอยู่ในระดับเดียวกับเดือนก่อหน้าที่ร้อยละ 5.4 ของกำลังแรงงานรวม โดยมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 10,700 ตำแหน่ง 

 

Indonesia: improving economic trend

          – GDP ไตรมาส 3 ปี 55 ขยายตัวร้อยละ 6.2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน หรือขยายตัวร้อยละ 1.3 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน (ขจัดผลทางฤดูกาลแล้ว) โดยการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนขยายตัวเร่งขึ้น ขณะที่การส่งออกและการบริโภคภาครัฐหดตัว ยอดค้าปลีก เดือน ก.ย. 55 ขยายตัวเร่งขึ้นถึงกว่าร้อยละ 22.0 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน จากยอดค้าอาหารและเครื่องดื่ม และเครื่องใช้ในบ้านที่ขยายตัวได้ดี อัตราดอกเบี้ยนโยบาย เดือน พ.ย. 55 คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ร้อยละ 5.75 เป็นเดือนที่ 11 ณ วันที่ 8 พ.ย. 55

Malaysia: mixed signal

          – ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม เดือน ก.ย. 55 กลับมาขยายตัวเป็นบวกที่ร้อยละ 4.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน หรือคิดเป็นขยายตัวในอัตราเร่งที่ร้อยละ 3.4 เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า เนื่องจากการผลิตในทุกหมวดสินค้าที่ขยายตัวเร่งขึ้น  ธนาคารกลางมาเลเซียประกาศคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 3.00 เมื่อวันที่ 8 พ.ย. 55 เนื่องจากการบริโภคและการลงทุนภายในประเทศยังคงขยายตัวได้ดี

Philippines: mixed signal

          – อัตราเงินเฟ้อ เดือน ต.ค. 55 ชะลอลงที่ร้อยละ 3.1 จากช่วงเดียวกันปีก่อน 

Singapore: worsening economic trend

          – ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคอุตสาหกรรม เดือน ต.ค. 55 อยู่ที่ระดับ 48.3 จุด อยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 13 เดือน และอยู่ต่ำกว่าระดับ 50 เป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน บ่งชี้การหดตัวของภาคอุตสาหกรรมต่อเนื่อง

Hong Kong: improving economic trend

          – ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคอุตสาหกรรม เดือน ต.ค. 55 เพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 4 เดือนมาอยู่ที่ระดับ 50.5 บ่งชี้การขยายตัวของภาคการผลิต

South Korea: mixed signal

          – วันที่ 9 พ.ย. 55 ธนาคารกลางเกาหลีใต้ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 2.75 จากความเสี่ยงของเศรษฐกิจโลกที่ยังคงอยู่ในระดับสูง

Taiwan: mixed signal

          – มูลค่าการส่งออก เดือน ต.ค. 55 หดตัวร้อยละ -1.9 จากช่วงเดียวกันปีก่อน ลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่ขยายตัวร้อยละ 10.4 จากการส่งออกไปยังสหรัฐฯ และยุโรปที่หดตัวลง ขณะที่การส่งออกไปยังจีนชะลอลงชัดเจน มูลค่าการนำเข้าเดือน ต.ค. 55 หดตัวร้อยละ -1.8 จากช่วงเดียวกันปีก่อน ลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่ขยายตัวร้อยละ 1.3 ขณะที่อัตราเงินเฟ้อเดือน ต.ค. 55 ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 2.4 จากช่วงเดียวกันปีก่อน จากการชะลอลงของราคาอาหาร และสินค้าโภคภัณฑ์เป็นสำคัญ

Weekly Financial Indicators

          – ดัชนี SET ปรับตัวสูงขึ้นเกิน 1,300 จุดในช่วงต้นสัปดาห์ก่อนปรับตัวลดลง โดย ณ วันที่ 8 พ.ย. 55 ดัชนีฯ ปิดที่ระดับ 1,293.7 จุด โดยดัชนีฯ ปรับตัวลดลงในช่วงกลางสัปดาห์ จากแรงเทขายของนักลงทุนต่างชาติเป็นสำคัญ หลังจากผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ชี้ขาดว่านายโอบามาจะได้เป็นประธานาธิบดีต่อในสมัย 2 ซึ่งทำให้นโยบายลดภาษีเงินได้นิติบุคคลที่นายรอมนีย์เสนอไม่ได้นำมาปฏิบัติจริง อีกทั้งความกังวลต่อสถานการณ์เศรษฐกิจยุโรปต่อการประชุม ECB ที่จะมีขึ้นในวันนี้ (เวลาท้องถิ่น) ทำให้นักลงทุนกลับมาถือสินทรัพย์ปลอดภัยและเทขายหลักทรัพย์ในตลาดแทบทุกภูมิภาค โดยระหว่างวันที่ 5 – 8 พ.ย. 55 นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ -1,957.99 ล้านบาท ในขณะที่ผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวลดลง โดยเฉพาะพันธบัตรระยะสั้นอายุไม่เกิน 5 ปี โดยนักลงทุนชะลอการซื้อขายเพื่อรอผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯทั้งนี้ ระหว่างวันที่ 5 – 8 พ.ย. นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ -240.2 ล้านบาท

          – ค่าเงินบาทค่อนข้างคงที่ โดย ณ วันที่ 8 พ.ย. 55 ปิดที่ระดับ 30.70 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยร้อยละ 0.03 สอดคล้องกับค่าเงินสกุลภูมิภาค โดยเฉพาะเงินเยนและวอนเกาหลี โดยผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ ยังไม่ส่งผลต่อค่าเงินอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ ค่าสกุลอื่นๆ ที่อ่อนค่าลง ทำให้ดัชนีค่าเงินบาท (NEER) ในสัปดาห์นี้แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยร้อยละ 0.07

          – ราคาทองคำปรับตัวสุงขึ้นมาก โดยราคาทองคำ ณ วันที่ 8 พ.ย. 55 ปิดที่ 1,729.99 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ สูงขึ้นจากต้นสัปดาห์ที่ปิดที่ 1,683.99 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์

          ที่มา:  Macroeconomic Analysis Group: Fiscal Policy Office 

          Tel 02-273-9020 Ext 3665 : http://www.fpo.go.th

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s